ทำ hotspot layer 3 บน mikrotik (กันลืม)

ให้ทำการ routing switch layer 3 กับ mikrotik ที่ทำหน้าที่ nas และทดสอบเล่นเน็ตให้ได้ก่อน

เมื่อเล่นเน็ตได้แล้ว ให้ตั้ง hotspot บน mikrotik โดยเลือก interface hotspot เป็น ether ที่โยงกับ switch layer 3 ติ๊ก masqurade ออก (สังเกตุ ip hotspot จะเป็นไอพีขาโยงกันระหว่าง switch l3 กับ mikrotik)

จบกระบวนการ

ในตัวอย่างผมสมมุติ switch layer3 โดยใช้ mikrotik ทำหน้าที่นะครับ (ตัว tik เองก็เป็น layer3 ได้โดยกำเนิดนะ)

โพสท์ใน Mikrotik | แสดงความเห็น

ขั้นตอนการทำ Mikrotik RoMON

ผมจะยกเหตุการที่จำเป็นต้องใช้งานง่ายๆครับ

ผมมีโรงงานหนึ่ง มี Mikrotik ทั้งหมด 5 ตัว ประกอบด้วย Mikrotik ต่อเน็ต 1 ตัว อีก 4 ตัวเป็น Wirlesss Accesspoint

ผมต้องการจะ Config Winbox ได้ทั้ง 5 ตัว ผมเลยจำเป็นต้องเปิดระบบ RoMON ซึ่งมันจะสามารถทำให้ Tik 4 ตัว ข้างในโรงงานเห็นกันได้ โดยแค่ผมต่อ Winbox กับ Mikrotik ตัวที่ต่อเน็ตตัวเดียวเท่านั้น

** ขีดจำกัด ซึ่งมันจะเจอกันได้บน Layer2 เท่านั้น ถ้าผ่าน VLAN อาจจะไม่ได้แล้วครับ ถ้าต่อสายแลนตรงๆกับ Mikrotik แต่ละตัว เจอแน่นอน

ความสามารถนี้ต้องเป็น Router OS เวอร์ชั่น 6 ที่มี RoMON ครับ

สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องเปิด RoMON ทุกตัวที่ต้องการเชื่อมต่อครับ ง่ายๆเลย ไปที่ Winbox Tool RoMON

คลิก Enabled

ทำแบบนี้จนครบทุกตัว

ทดสอบ โดยการเข้า Winbox แล้วพิมพ์ ip address mikrotik ตัวแรกไป แล้วกด Connect RoMON แล้วกด Negibour Refresh จะเห็น Mikrotik ด้านใน โรงงาน ขึ้นมา เป็นอันเสร็จสิ้น (ในรูปอาจจะไม่ตรง แต่ใกล้เคียงครับ)

เราสามารถกด Connect โดยเลือก Mikrotik ที่ต้องการได้เลยครับ

โพสท์ใน Mikrotik | แสดงความเห็น

การตั้งค่า Mikrotik กับ Uninet ให้ใช้ได้ทั้ง IPv4 IPv6

ช่วงนี้กระแส Uninet ร้อนแรงเหลือเกิน ทั้งอินเทอร์เน็ต สพฐ ที่เพิ่งยก Moenet ไป ทำให้หลาย รร รวมทั้งโรงเรียนที่ผมได้ดูแลระบบให้ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
ทำให้ต้องเดินหน้าใช้ Uninet อย่างเต็มที่ หรือต้องหาเช่าจากบริษัทเอกชน ซึ่งหลายๆบริษัทก็มีโปรโมชันมารองรับทันเวลาพอดี เช่น เน็ตเร็ว 500 1000Mb public ip
ในราคาที่ รร ไม่เดือดร้อนงบประมาณมาก

ครูคอมทั้งหลายก็เลยต้องรับกรรมเซ็ตอัพระบบกันไป วันนี้พูดมาเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ

สิ่งที่ผมเห็นตอนนี้ ทาง สพฐ ได้ Conference กับทาง รร แล้ว เรื่องนี้ โดยให้ รร สามารถซื้อ Router ของตัวเองเพื่อมาเชื่อมต่อกับโครงข่าย เพราะของที่ทาง uninet ได้ให้มานั้นเป็น Cisco ขนาด 100Mb ซึ่งบางโรงอาจจะใช้งานไม่พอ เพราะ Youtube Facebook Line TV ROV สารพัด content ยุค 4.0 อันมากมายที่ทำให้ครูคอมได้ปวดหัวกันไป แต่ถ้า รร มีงบประมาณในการซื้อ Router ใหม่ (ซึ่งเดียวนี้ mikrotik ราคา 3000 บาทก็เล่นเน็ตมากกว่า 100mb ได้แล้ว อาจใช้เป็นข้ออ้างงบประมาณไม่ได้) ส่วนใหญ่ที่ผมสังเกตก็จะเล่น Mikrotik กัน เกือบ 100%เลย เนื่องจากข้อดีหลายประการ มีสังคมคอยช่วยเหลือและรองรับ ซึ่งผมก็แนะนำเหมือนกัน เพราะใช้เหมือนๆกันจะได้ช่วยเหลือกันได้ หรือจะใช้ Router ตัวอื่นก็ได้ หากท่านมีความสามารถในการ config ในบทความนี้ผมจะไม่กล่าวถึงครับ

สรุปคือ ถ้า รร ไหนอยากได้ความเร็วมากกว่า 100Mb

จะมีขั้นตอนดำเนินการตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนี้
– ทาง รร ต้องดำเนินการขอ Config จากทางผู้ดูแลเครือข่าย สพฐ ให้เรียบร้อยก่อน โดยจะมีตัวอย่างของหนังสือแจกให้อยู่แล้ว

– จัดหา Mikrotik รุ่นที่รองรับ 1G ซึ่งผมจะไม่แนะนำในบทความนี้ครับ ให้ผู้อ่านติดต่อสอบถามกับร้านค้า Mikrotik และเลือกตามความเหมาะสมของขนาดระบบท่านเอง

– สิ่งที่ทาง รร จะได้ จาก สพฐ จะประกอบด้วย

หมายเลข VLAN IPv4
หมายเลข VLAN IPv6
WAN IPv4 , IP Gateway
WAN IPv6 , IPv6 Gateway

บทความนี้ผมจะพยายามผลักดันให้ทดลองใช้ IPv6 ด้วยครับ เพราะเนื่องจากไอพีดังกล่าวอนาคตคงต้องบังคับใช้ และข้อดีคือไม่ต้องผ่าน OBEC NAT
ปัญหาตอนนี้คือ ทาง รร ได้ขยาย จาก 100Mb เป็น 1000Mb และแน่นอนจะทำให้ภาระ OBECNAT เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งบทความนี้ก็สนับสนุนให้ทำ เนื่องจาก ทางสพฐ ก็พยายามผลักดันให้ทุกรรใช้ Public IPv4 แต่ยังจัดสรรให้ไม่เสร็จ และผลักดันให้ใช้ IPv6 ซึ่งดีกว่าสเถียรกว่า ไม่ต้องผ่าน OBEC NAT ที่ไม่รู้ว่าจะใ้ชได้ หรือใช้ไม่ได้เมื่อไร

กลับเข้าเรื่องกันต่อ

ก่อนอื่น เสียบปลั๊ก Mikrotik ่ก่อนครับ แล้วเสียบสายแลนเข้า Notebook ที่ใช้ตั้งค่า ในที่นี้ผมจะให้ใช้ช่องที่ 2 นะครับ และให้ช่องแรกเป็น Uninet

ต่อกันง่ายๆแบบนี้แหละครับ

เปิดโปรแกรม Winbox ขึ้นมาครับ (ต้องดาวโหลดมาไว้ในคอมด้วยนะครับ จำเป็นต้องใช้) แล้วกด Negibour Refresh เพื่อให้โปรแกรมค้นหา router mikrotik เมื่อเจอแล้วก็เลือกชื่อเร้าเตอร์ของแล้วแล้วกด connect

Username admin Pass ว่าง แล้วคลิก Remove configuration

เปลี่ยนรหัสผ่านของ Router ก่อนจะทำการอันใด เพราะไวรัสเยอะครับ ไปที่ System > Password

คลิกที่ Interface เลือก ether1 คลิก + เลือก VLAN

ใส่หมายเลข VLAN ID ที่สพฐให้ (หมายเลข vlan ipv4 ชื่อ vlan1 ในรูปอาจจะไม่ตรงนะครับ)

คลิกที่ ether1 คลิก + เลือก VLAN อีกครั้งหนึ่ง

ใส่หมายเลข VLAN ID ที่สพฐให้ (หมายเลข vlan ipv6 ชื่อ vlan2 ในรูปอาจจะไม่ตรงนะครับ)

สุดท้ายก็จะได้ประมาณนี้

ขั้นตอนต่อไป ตั้งไอพี IPv4 คลิกที่ IP , addresses คลิก +
เลือกinterface vlan1 (ของไอพีวี4) แล้วใส่ ipv4 WAN address ตามที่ สพฐให้มา แล้วลงท้ายด้วย /31 ตามที่ผมทำสีเหลืองไว้ให้
แล้วกด OK

ต่อมาคือกำหนดให้ช่องที่ 2 เอาไว้สำหรับเป็นไอพีแจกอินเทอร์เน็ตภายในรร โดยบทความนี้ผมจะให้ตั้ง 192.168.88.1/24 ซึ่งเป็นไอพีส่วนใหญ่ที่Tikใช้กัน หรือถ้า รร อยากใช้ไอพีอื่นก็แก้ที่ขั้นตอนนี้ครับ
คลิกที่ IP , addresses คลิก + เลือก ether2 ใส่ไอพีตามผมเลย แล้วกด OK

ไปที่ IP > Dhcp server คลิก DHCP Setup เลือก ether2

คลิก Next ไปเรื่อยๆจนเจอ หน้า DNS ให้ใส่ตามรูป แล้วกด Next จนจบ

ไปที่ IP > Routes คลิก + แล้วเพิ่ม IPv4Gateway ที่ทาง สพฐ ให้ (คลิกพิมพ์เฉพาะช่อง gateway ช่องบนไม่ต้อง) ดูตัวอย่างตามรูปได้ครับจะประมาณนี้ แล้วกด OK

ไปที่ IP > Firewall > Nat > +
เลือก out interface เป็น vlan1 (vlanipv4) แล้วคลิก action เลือก masqurade


สำหรับบาง โรงเรียนที่ สพฐ ได้จัดสรร Public IP (1IP) แล้วให้ทำตามดังนี้
ไปที่ Bridge > + > สร้าง loopback0 ตามรูป

ไปที่ IP > Addresses > + > ใส่ address public ip Address ที่ สพฐให้ลงไป ลงท้ายด้วย /32 และเลือก interface loopback0

จากนั้นทดสอบได้เลยครับ

ขั้นตอนต่อมาคือเพิ่มหมายเลข IPv6 ซึ่ง รร สามารถจะใช้ หรือไม่ใช้ ก็ได้ หรือถ้า Router ที่ยังไม่อัพเกรดก็จะยังไม่มี ipv6 ให้ติดต่อสอบถามกับร้านค้านะครับ ผมจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้

ถ้า Router ที่รองรับ IPv6 จะขึ้นแบบในรูปเลยครับ

คลิกที่ IPv6 > address คลิก + เลือกinterface vlan2 (ของไอพีวี6) แล้วใส่ ipv6 WAN address ตามที่ สพฐให้มา

คลิกที่ IPv6 > address คลิก + เลือกinterface ether2 ใส่ ipv6 LAN Address ตามที่ สพฐให้มา ** เนื่องจาก ipv6 จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตามใจเราชอบได้ ต้องใช้ตาม สพฐให้มาเท่านั้น ให้คิดว่า มันคือ IP Public แต่เป็นของ IPv6 นั่นแล

เสร็จแล้วก็จะได้ประมาณนี้

คลิกที่ IPv6 > Routes > แล้วเพิ่ม IPv6Gateway ที่ทาง สพฐ ให้ (คลิกพิมพ์เฉพาะช่อง gateway ช่องบนไม่ต้อง)

โพสท์ใน Mikrotik | แสดงความเห็น

api mikrotik

http://www.k-thai.net/item/260-download-free-api-cloud-mikrotik.html

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | แสดงความเห็น

ขั้นตอนการทำ Mikrotik Forward Port 80 + HOTSPOT + LOOPBACK

ขั้นตอนการทำ Mikrotik Forward Port 80 + HOTSPOT + LOOPBACK
จากบทความเดิมที่ผมเคยเขียนเรื่อง Forward port 80 (แบบไม่ใช้กับ Hotspot) ผู้อ่านสามารถทำตามได้ปกติ
แต่ในกรณีที่จะต้องการ FW Port 80 โดย Server อยู่วงเดียวกับ Hotspot และต้องการให้ข้างนอกและข้างในหน่วยงานสามารถใช้งานได้
และไม่กระทบต่อระบบหน้าจอ login hotspot สามารถทำได้ดังนี้

sss
รูปด้านบนคือ ระบบตัวอย่างที่จะใช้เขียนบทความ มีเน็ต 1 เส้นแบบ pppoe-out1 และ ether2 คือแจก Hotspot ให้กับเครื่องภายในและมีเครื่อง server 80 อยู่ในวงนี้ด้วย

และผมใช้ makham.ddns.net เป็น Dynamic DDNS ให้ผู้ใช้งานเรียกเข้าเครื่อง server ทั้งภายนอกและภายใน

Nat loopback (HarpinNAT) คืออะไร
มันคือการทำ forward port เบอร์นั้นๆ วนกลับไปยังเลขไอพีขา WAN ของ เร้าเตอร์(mikrotik) เพื่อให้ผู้ใช้ข้างใน และ ข้างนอก(โลก) สามารถเรียก WAN IP เพื่อไปยังพอร์ตที่ forward ได้ (จำเบอร์เดียว เข้าได้ทั้งข้างนอกข้างใน)

ขั้นตอนการทำอย่างย่อ
1.เพิ่ม NAT ไปที้ winbox > ip > firewall > nat โดยมีข้อมูลดังนี้
Chain: dstnat
protocol :tcp
dst port:80
in interface: pppoe-out1 (ชื่อ interface เน็ต ขาแวน)
dst address type : local
action : dstnat
toaddress : 10.5.50.250 (ไอพีเครื่องเซิฟ)
toport : 80 (พอร์ตเครื่องเซิฟ)

2.ทำอีก 1 อัน
Chain: dstnat
protocol : tcp
src address: 10.5.50.0/24 (ใส่วงไอพี hotspot /ซับเน็ต)
dst address: 1.1.1.1 (ใส่ไปก่อนเดี๋ยวสคริปมันเปลี่ยนให้เอง)
dst port: 80
dst address type : local
action : dstnat
toaddress : 10.5.50.250 (ไอพีเครื่องเซิฟ)
toport : 80 (พอร์ตเครื่องเซิฟ)
comment : fwport
เสร็จแล้วจะได้ 2 บรรทัดตามรูป
sssss

3.ทำ Bilding เพื่อให้เครื่อง server ไม่ต้อง login hotspot
-ไปที่ ip > hotspot > ip blinding
-ใส่ MAC ADDRESS การ์ดแลนเครื่อง server , address : 10.5.50.250 (ip เครื่องserver) , bypassed
sssssss

4.เปลี่ยน port winbox on web (RouterOS router configuration page) จาก 80 ให้เป็น 81 เพื่อไม่ให้ชนกับระบบ hotspot , forward port 80
-ไปที่ ip > service > คลิก www , เปลี่ยนจาก 80 เป็น 81 ตามรูป
sssssssss

* สามารถใช้วิธีนี้ในการ Forward port อื่นๆที่นอกจาก 80 ได้นะ แค่เปลี่ยนตัวเลข

มีสคริบที่เกี่ยวข้องคือ
1.อัพเดท ddns no-ip (ผู้อ่านสามารถหาโหลดได้เอง)
2.**สคริบ อัพเดท WANIP สำหรับทำ NAT LOOPBACK
ผู้อ่านสามารถอ่านวิธีการเพิ่มscript และทำตั้งเวลารัน ได้ในบทความก่อนๆ

สคริปที่ใช้อัพเดท WANIP สำหรับทำ NAT LOOPBACK

:local inetinterface “ใส่ชื่อ interface เน็ตที่ใช้ เช่น pppoe-out1″
:local currentIP [/ip address get [find interface=”$inetinterface” disabled=no] address]
/log info “$currentIP”
/ip firewall nat set [/ip firewall nat find comment=”fwport”] dst-address=”$currentIP”

สคริปที่ใช้อัพเดท DDNS no-ip แถมให้

# No-IP automatic Dynamic DNS update
#————— Change Values in this section to match your setup ——————

# No-IP User account info
:local noipuser “ใส่userno-ip”
:local noippass “ใส่พาสเวิดno-ip”

# Set the hostname or label of network to be updated.
# Hostnames with spaces are unsupported. Replace the value in the quotations below with your host names.
# To specify multiple hosts, separate them with commas.
:local noiphost “ใส่ชื่อโดเมน noip”

# Change to the name of interface that gets the dynamic IP address
:local inetinterface “ใส่ชื่อ interface เน็ตที่ใช้ เช่น pppoe-out1″

#————————————————————————————
# No more changes need

:global previousIP

:if ([/interface get $inetinterface value-name=running]) do={
# Get the current IP on the interface
:local currentIP [/ip address get [find interface=”$inetinterface” disabled=no] address]

# Strip the net mask off the IP address
:for i from=( [:len $currentIP] – 1) to=0 do={
:if ( [:pick $currentIP $i] = “/”) do={
:set currentIP [:pick $currentIP 0 $i]
}
}

:if ($currentIP != $previousIP) do={
:log info “No-IP: Current IP $currentIP is not equal to previous IP, update needed”
:set previousIP $currentIP

# The update URL. Note the “\3F” is hex for question mark (?). Required since ? is a special character in commands.
:local url “http://dynupdate.no-ip.com/nic/update\3Fmyip=$currentIP”
:local noiphostarray
:set noiphostarray [:toarray $noiphost]
:foreach host in=$noiphostarray do={
:log info “No-IP: Sending update for $host”
/tool fetch url=($url . “&hostname=$host”) user=$noipuser password=$noippass mode=http dst-path=(“no-ip_ddns_update-” . $host . “.txt”)
:log info “No-IP: Host $host updated on No-IP with IP $currentIP”
}
} else={
:log info “No-IP: Previous IP $previousIP is equal to current IP, no update needed”
}
} else={
:log info “No-IP: $inetinterface is not currently running, so therefore will not update.”
}

โพสท์ใน Mikrotik | แสดงความเห็น

ขั้นตอนการ Modify Windows7 ให้มีขนาดเบาบาง ด้วยโปรแกรม RT7Lite ฉบับผมเอง

ขั้นตอนการ Modify Windows7 ให้มีขนาดเบาบาง ด้วยโปรแกรม RT7Lite ฉบับผมเอง

เคยไหมที่บางครั้งเราอยากจะลง Windows OS ที่ไม่กินทรัพยากรณ์เครื่องคอม หรือ ลงกับเครื่องคอมยุคปี 2003 ที่มีแรม DDR 512MB , CPU Pentium บ้าง , Harddisk IDE 6GB ความจริง สเปคนี้ลงได้สุงสุดแค่ Windows XP SP2 แต่วันนี้เราจะมาโมเจ้า Windows7 ให้ลงกับเครื่องสเปคต่ำๆกันนะครับ และเป็น Release ล่าสุดจาก Microsoft ด้วย^^

เครื่องสาธิตวันนี้ จะใช้์Notebook ACER ASPIRE 3600 SPEC ไม่เป็นที่เปิดเผยครับ

อย่างแรกต้องมี เครื่องมือและโปรแกรมให้ครบก่อนดังนี้ครับ

1.ตัว RT7Lite ตัวนี้เป็นพระเอกในวันนี้เลย ดาวโหลดจาก
http://www.rt7lite.com/downloads.html

2.AutoPatch Windows Update Downloader ดาวโหลดจาก
http://www.autopatcher.com/forums/topic/2462-autopatcher-updater-apup-download

และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ต้นฉบับ ISO Windows 7 ที่เราจะเอามาโมนะครับ Release อะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ผมมี Windows7 Ultimate ตัวอย่างก็เลยเป็น Ultimate แบบฉบับ RAM512MB นะครับ

1.ต่อมาเรามาเริ่มหั่น Windows7 โดยเปิดโปรแกรม rt7lite แล้วกด Browse ไฟล์ iso และเลือก Folder ที่ไว้แตกไฟล์ iso ครับ

เมื่อเลือกเสร็จแล้วจะมีให้เลือก Release ของไฟล์ ISO ครับ เช่น Windows Starter,Windows Professional ตัวอย่างนี้ผมขอเลือก Windows Ultimate ครับ

2.จากนั้นคลิก Task และ และเลือก Custom ดังรูป

3.คลิก Integration เพื่อใส่ Patch Windows Update ให้ Windows7 Modify ครับ ที่ได้จากโปรแกรม AutoPatch ครับ

4.ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญครับ เพราะเป็นการเลือก Feature Removal และ Service ออก

ตามที่ต้องการ โดยผมจะเลือกในแบบฉบับของผมเองครับ และตัดโปรแกรมที่ไม่เคยใช้ออก แค่นี้ก็ทำให้ Windows7 มีขนาดเล็กลง และใช้ Ram น้อยลงอย่างมากครับ

สามารถแบ่งการ Modify ออกเป็น 2 อย่างครับ

Service = ตัด Process เพื่อลดการใช้ RAM
Program & Feature & Driver = ลดพื้นที่ติดตั้ง Windows7

ท่านสามารถคลิกเลือก ตามใจชอบ หรือเลือกตามผมไปก่อนก็ได้ครับ

*Service & Feature บางข้อไม่สามารถตัดได้นะครับ เพราะจะทำให้ Windows ไม่ทำงาน สังเกตง่ายๆ จะใช้ชื่อที่เราไม่คุ้นตา หรือตัวอักษรสีแดงครับ

5.กด Apply และคลิก Commit เพื่อทำการตัด Service และใส่ Patch Windows Update ลงใน Folder ครับ

6.เมื่อเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายก็สร้างไฟล์ ISO ครับ และสร้างเสร็จท่านสามารถทดสอบกับ VMWARE หรือ Write DVD เพื่อติดตั้งวินโดว์จริงๆก็ได้ครับ

เปรียบเทียบขนาดไฟล์ ก่อน Modify และหลัง Modify ISO ครับ

Before = 2.4GB
AFTER!!! = 1.9GB

เสร็จแล้วครับ ทดสอบแล้ว ใช้แรมน้อยมาก และเร็วใช้ได้ครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ

sssd

4444

2012-03-01 23.37.00

SAMSUNG

SAMSUNG

SAMSUNG

SAMSUNG

133

13-1024x575

3

2

โพสท์ใน windows | ติดป้ายกำกับ , | แสดงความเห็น

Loadbalance 2 WAN หลาย LAN,Hotspot

Mikrotik Loadbalance For Home (2WAN PPPoE+StaticIP) ออกเป็นหลาย LAN , HOTSPOT

Ether1=PPPoE From ISP Modem
Ether2=Fix IP From ISP Router
Ether3=HOMELAN
Ether4=HOTSPOT
…..อื่นๆ

ตัวหนาสิ่งที่ต้องแก้

1.สร้างconnection pppoe,static ip สำหรับเน็ตสองเส้น (pppoe-out1,ether2)

2.สคริบแบ่งน้ำหนัก Loadbalance แบบ PCQ แก้ไข เลข 4=จำนวนบรรทัดของ per-connection-class 0-4..ลำดับบรรทัดเริ่มจาก0 แบ่งตามอัตราส่วน เช่น เน็ต 10เม็กสองเส้น อัตราส่วนคือ 1:1 ดังนั้นออกเน็ต 1 ครั้ง และเน็ตที่สอง 1 ครั้ง
หรือ เน็ต20เม็ก 1 เส้น กับเน็ต 10เม็ก 1 เส้น อัตราส่วนคือ 2:1 ต้องออกเน็ตเส้นแรก 2 ครั้งแล้วออกเน็ตเส้นสอง 1 ครั้ง

/ip firewall mangle add chain=prerouting dst-address-type=!local hotspot=auth per-connection-classifier=both-addresses-and-ports:ใส่เลขจำนวนบรรทัดperconnectionclass/0 new-routing-mark=ether1_conn(ออกเน็ตเส้นที่สอง) src-address-list=LAN
/ip firewall mangle add chain=prerouting dst-address-type=!local hotspot=auth per-connection-classifier=both-addresses-and-ports:ใส่เลขจำนวนบรรทัดperconnectionclass/1 new-routing-mark=ether2_conn(ออกเน็ตเส้นที่สอง) src-address-list=LAN

3.Default Route สำหรับ ether2 Fix IP
/ip route
/ip route add dst-address=0.0.0.0/0 gateway=ไอพีRoutether2 routing-mark=ether1_conn distance=1 check-gateway=ping
/ip route add dst-address=0.0.0.0/0 gateway=pppoe-out1 routing-mark=ether2_conn distance=1 check-gateway=ping

4.IPv4 NAT ตามจำนวน WAN
/ip firewall nat
/ip firewall nat add chain=srcnat out-interface=pppoe-out1 action=masquerade src-address-list=LAN
/ip firewall nat add chain=srcnat out-interface=ether2 action=masquerade src-address-list=LAN

5.เพิ่ม Address List ของ ไอพีภายใน hotspot หรือ lan ของระบบท่านให้ครบท้วน และตั้งชื่อว่า LAN เพื่อจะได้ใช้กับกฏ Loadbalance
/ip firewall address-list
add address=ใส่ipnetworkของhomelanของท่าน/เลขพรีฟิกส์ซับเน็ต list=LAN
add address=ใส่ipnetworkของhotspotของท่าน/เลขพรีฟิกส์ซับเน็ต list=LAN

สำหรับ Internetแบบfix ip จะเช็คการ down โดย ping ไอพีrouterนั้นแต่กรณี internet ล่มจะเช็คไม่ได้ ให้เขียนสคริบเพิ่ม อ้างอิงตามนี้ http://www.soravit.in.th/wp/basic-failover-uninet-by-mikrotik-netwatch/

วิธีเอาคำสั่งไปรัน กด Terminal แล้วพิมพ์ใส่

โพสท์ใน Mikrotik | 3 ความเห็น

(Rebuild) Minihotspot Mikrotik Ubuntu 14.0.2LTS LE

MinihotspotMT BillingPlan Radius server user management (Lightweight edition)

======== ChangeLog ===========
Minihotspot1.2 Mikrotik Ubuntu12 >> Minihotspot1.2 Mikrotik Ubuntu14

========== Feature =========
– Rebuild For Ubuntu 14.0.2LTS amd64 server
– Support 802.1x WPA2-Enterprise (PEAP)
– Support Offline install
– Support Mikrotik Hotspot,PFSense
– ใช้งานได้เฉพาะ ชั่วโมง/ครั้ง **
– Lightweight edition ลดความสามารถลงเพื่อใช้งานได้เร็วขึ้น **

======== Download ===========
http://www.soravit.in.th/RBMHT1214.zip

*โปรดแก้ไขไฟล์ install โดยลบบรรทัด dkpg -i และให้ลบ # หน้าบรรทัด #apt-get install ไม่อย่างนั้นจะติดตั้งไม่ผ่าน (2015-10-08)

คนนี้ไม่ใช่คนพัฒนาคนแรก แต่เป็นคน Rebuild แก้ไขปรับแต่งเพื่อความอยู่รอด ทันตามยุคสมัย เปรียบเหมือนรถคันเก่าที่นำมาแต่งเพื่อให้วิ่งได้เหมือนเดิม ถึงบางอย่างจะใช้งานไม่ได้ เช่นที่ปัดน้ำฝนไม่มีแล้ว 4 ปีที่ผ่านมากับตัวนี้ ดังนั้น ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับผู้พัฒนาเดิมทำไว้ ไม่ขอตอบ

ต้นฉบับโปรแกรม (ปี2011)
http://www.linuxthai.org/showthread….B8%A5%E0%B8%A2

ผลงาน Rebuild ที่ผ่านมา
– Minihotspot1.2 Mikrotik Ubuntu14 (Last)
– KrucomchanMT Ubuntu14 (Last)
– Minihotspot Ubuntu12 (EndOfLife)
– MinihotspotMT Ubuntu12 (EndOfLife)
– Krucomchan Ubuntu12 (EndOfLife)
– KrucomchanMT Ubuntu12 (EndOfLife)

Ref. http://www.soravit.in.th/

โพสท์ใน Ubuntu | แสดงความเห็น